สาวๆบางคน
อาจจะไม่เคยปรึกษาความรักกับคนใกล้ตัวเช่น ” พ่อ ” ใช่ไหมละ
ก็เพราะพ่อเป็นทั้งผู้ชาย ไม่เข้าอกเข้าใจเราได้เท่าแม่หรือเพื่อนฝูง
แต่ลึกๆ แล้วนั้น พ่อน่ะรู้ใจคุณดียิ่งกว่าใคร
และแกเคยผ่านพฤติกรรมต่างๆของผู้ชายตอนวัยรุ่นมาหมดแล้ว
เพราะฉะนั้นถ้ามีผู้ชายเข้ามา จีบลูกสาว ล่ะก็ คนที่จะตัดสินได้ดีนอกจากคุณ
ก็คือ พ่อ นั่นเอง ฟังสัญญาณคู่เดทห่วยๆเหล่านี้จากพ่อ
รับรองได้แฟนหนุ่มดีมาครอบครองแน่นอน
1.ผู้ชายที่ไม่ชวนเธอออกเดท
สมัยนี้การคุยกันมันเป็นเรื่องง่าย
เพียงแค่ปลายนิ้ว
แต่การเชิญผู้หญิงออกมาเจอกันนั้นเป็นการให้เกียรติและเป็นการแสดงความจริง
ใจต่อกัน ถ้าคุณผู้ชายที่มาจีบไม่กล้าพอจะชวนคุณไปไหน
ก็ปล่อยให้อยู่ในโลกออนไลน์ต่อไปเถอะ
2.ผู้ชายที่ไม่พยายาม
การเดทกันอาจเป็นเรื่องใหญ่
สำหรับผู้ชายบางคน ความพยายามนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ถ้าเขาไม่เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องที่ควรพยายามเพื่อทำให้ชนะใจคุณได้
เขาก็ไม่คู่ควรเลยสักนิด
3.แต่งตัวแย่
การเดทกันครั้งแรก ภายนอกสำคัญกว่าสิ่งใด ถ้าปล่อยหนวดเคราเฟิ้ม เสื้อไม่รีด ไม่แคร์เวิร์ลอะไรเลย ก็ไฟแดงแน่นอน
4. ไม่กล้าตัดสินใจ
บุคลิกที่ดีของผู้ชายก็คือ
ความเป็นผู้นำ นั่นแสดงว่าคุณสามารถทำหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัวได้
ลองสังเกตดูว่า
ผู้ชายคนนี้พอจะกล้าตัดสินใจและเป็นพ่อของลูกคุณได้หรือเปล่า
5.สกปรก
ตั้งแต่เด็กจนโต ความสะอาดน่าจะเป็นเรื่องที่พ่อแม่ของเขาน่าจะสั่งสอนและอบรมมา อย่าได้มีข้ออ้างในการไม่อาบน้ำ แปรงฟัน เลยนะ
6.ไม่ให้เกียรติผู้หญิง
วิถีของคนไทย
เรื่องการให้เกียรติของผู้หญิงอย่างไรก็ยังสำคัญอยู่วันยันค่ำ
แค่เปิดประตูให้ ให้ผู้หญิงเดินก่อน นั้น ถ้าทำไม่ได้
ก็ไม่รู้ว่าจะให้ไปวางอนาคตยังไง
7.ขี้เก๊กเกินเหตุ
ถ้าเดทแรกเขาสามารถเสียงหัวเราะให้ลูกได้อย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่ทะนงตัวมากไปนัก ก็เปิดใจคบเขาได้เลย
8.ทำนิสัยไม่ดีใส่
นิสัยแย่ๆ การกระทำแย่ๆ
นั้นมีผลต่อเดทครั้งที่สองในทันที เพราะฉะนั้น
ถ้าบนโต๊ะอาหารเขาทำตัวไม่ดีใส่ ไม่เจ้นท์พอที่จะดูแลลูก
พูดจาร้ายๆใส่พนักงาน ก็ปล่อยเขาไปตามทางได้เลย
9.ไม่กล้าแสดงความรัก
จริงๆแล้วไม่มีพ่อคนไหนอยากให้ทำหรอก
แต่เมื่อต้องคบกันแล้ว ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่เคยแสดงออกถึงความรัก เช่น จับมือ
หอมแก้ม จุ้บ ผู้หญิงก็คงไม่ชอบผู้ชายเจี๋ยมขนาดนั้นหรอก
10.มีเซ็กซ์ไม่ป้องกัน
ถุงยางอนามัย เขามีไหม เขาพกไว้หรือเปล่า เขาให้ความสำคัญกับลูกมากเพียงพอไหม
11.รีบพาไปเจอพ่อแม่เกินเหตุ
ไม่ว่าจะคบกันนานแค่ไหน แต่ถ้ายังไม่ชัวร์ว่าจะลงเอยกับคนคนนี้ อย่าเพิ่งตัดสินใจพามาเจอพ่อแม่เป็นอันขาด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คู่รัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คู่รัก แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558
วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558
31 สัญญาณพอได้แล้ว รักของคุณใกล้จะถึงทางตันแล้ว
ช่วงเวลาที่คนสองคนจะ เลิกกัน นั้น
ยังไงก็ต้องมีสัญญาณบอก
อยู่ที่ว่าคุณจะสังเกตและรับรู้กับสัญญาณหล่านั้นหรือไม่
เรามีสัญญาณอันตราย 31 ข้อ
แก่สาวๆที่รู้สึกว่าความรักเริ่มจะไม่สวยงามเหมือนเก่า
ได้ลองมาทบทวนและคิดให้ได้ว่าควรจะมีทางออกอย่างไรให้ได้สักที เพราะความรักของคุณอาจจะถึงทางตันแล้วล่ะค่ะ
สัญญาณบางอย่างก็อาจจะบอกกับเราได้เหมือน กันนะ ว่าเราควรพอแล้วล่ะ กับความรักครั้งนี้ ถ้าเช็คดูแล้วคุณมีความรู้สึกข้างต้นมากกว่า 10 ข้อล่ะก็ อาจจะต้องถึงเวลาปล่อยเขาไป และ ปล่อยตัวเราไปด้วยเช่นกันแล้วล่ะ
- 1.เขาเริ่มไม่มีเวลา และเริ่มมีข้ออ้างต่างๆนานา ไม่โทรหาบ่อยเหมือนเก่า มีข้ออ้างในการมาเจอ และมีเซ็กซ์ในแบบที่ “ต้องมี”
- 2. เมื่อคุณไม่รู้สึกตื่นเต้นอีกต่อไป เมื่อได้เจอหน้าเขา
- 3. คุณไม่เจอเขา ไม่รู้เรื่องของเขามาเป็นเวลากว่า 2 อาทิตย์
- 4.เมื่ออีกคนพยายามจะควบคุมอีกคนหนึ่ง แทนที่จะคุยกันอย่างเปิดอก
- 5. เมื่อเขาไม่โทรกลับ (บ่อยๆ)
- 6.เมื่อทะเลาะกันแล้วคำพูดที่คุณไม่คิดว่าจะได้ยินจากคนเป็นแฟน หลุดออกมา
- 7.เมื่ออีกฝ่ายพูดจาไม่ให้เกียรติ การสื่อสารไม่เป็นผลอีกต่อไป
- 8.เมื่อเขาเริ่มรำคาญ เมื่อคุณแค่จะโทรไปกู๊ดไนท์ก่อนอนเท่านั้นเอง
- 9.เมื่อเขาปฏิเสธที่จะถกเรื่องต่างๆ หรือแม้แต่ฟังคุณ ทุกอย่างดูเป็นรูทีน สายตาที่มองกันไม่รักกันเหมือนเคย
- 10.เมื่อคุณต้องรอโทรศัพท์จากเขาและคอยถามเขาเสมอว่า คุณจะเจอเขาได้เมื่อไหร่ และคุณต้องรอเป็นฝ่ายรอเขาเสมอ
- 11.เมื่อคุณไม่รู้สึกไว้วางใจเขาอีกต่อไป
- 12.เมื่อคุณมีแต่คำถามว่า เมื่อไหร่เขาจะโทรกลับ
- 13.เมื่อทุ่มเทไปเต็มร้อยแต่ไม่ได้อะไรกลับคืนเลย และสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการทะเลาะกัน
- 14.เมื่อคุณต้องการความช่วยเหลือจากเขา แต่เขากลับปล่อยให้คนอื่นมาดูแลคุณแทน
- 15.เมื่อเขาอยู่ในห้องเดิมมาหลายชั่วโมง แต่เมื่อคุณเดินเข้าไป เขากลับเดินออกมา
- 16.เมื่อเขาไม่ให้คุณดูโทรศัพท์เขาอีกต่อไป
- 17.เมื่อรู้สึกว่ามันใกล้จะหมดความอดทนแล้ว
- 18.ในหนึ่งสัปดาห์คุยกันแค่ 15 นาที
- 19.เมื่อคุณไม่สนอีกต่อไปว่าเขาจะคิดอะไร รู้สึกอะไร
- 20.เมื่อคุณอยากเจอเพื่อนมากกว่าเจอเขา
- 21.เมื่อการจูบระหว่างมีเซ็กซ์มันเริ่มจะ ธรรมดา ถ้าผู้ชายเลิกจูบคุณนั้นมีแค่สองเหตุผล คือ คุณปากเหม็น กับเขาไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นกับคุณแล้ว
- 22.เมื่อการมีเซ็กซ์ไม่หวือหวาหรือมีความสุขอีกต่อไป
- 23.เมื่อผู้ชายคนอื่นเริ่มดึงความสนใจจากคุณได้
- 24.ขาดความใกล้ชิด
- 25.ไม่รู้สึกอยากใกล้ อยากกอด อยากจูบ อีกแล้ว
- 26.เริ่มตั้งคำถามจุกจิก จนทำให้อีกฝ่ายเริ่มรำคาญ
- 27.เมื่อคุณผู้ชายเริ่มละเลยตัวเอง ทำตัวธรรมดา สกปรก หลีกเลี่ยงการตอบคำถามต่างๆ และ ไม่ค่อยสนใจคุณ ไม่มองหน้าคุณเหมือก่อน
- 28.เมื่อเขาเริ่มหาเรื่องทะเลาะ และทุกเรื่องก็กลายเป็นปัญหาของคุณสองคนได้
- 29.เรื่องสนุกในอดีตที่เคยมี ปัจจุบันไม่สนุกเหมือนเดิมอีกแล้ว
- 30. โมเม้นท์การจูบเป็นเรื่องไม่น่าพิสมัยของคุณอีกต่อไป
- 31.เมื่อไม่กล้าถามว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ แต่ก็ได้แต่ตอบตัวเองในใจว่าเขาคงไม่ว่างหรอก
- 31. ไม่เป็นตัวเองเมื่อเจอกัน และต้อง “พยายาม” ในการเข้าหากัน
สัญญาณบางอย่างก็อาจจะบอกกับเราได้เหมือน กันนะ ว่าเราควรพอแล้วล่ะ กับความรักครั้งนี้ ถ้าเช็คดูแล้วคุณมีความรู้สึกข้างต้นมากกว่า 10 ข้อล่ะก็ อาจจะต้องถึงเวลาปล่อยเขาไป และ ปล่อยตัวเราไปด้วยเช่นกันแล้วล่ะ
วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
ป่ะ ไปเที่ยวกัน! 12 เหตุผล ยิ่ง เที่ยวกับแฟน ยิ่งคบกันยืดยาว
จากการสำรวจคู่รัก 1000 คู่ พบว่า
การเที่ยวนั้นสำคัญมากนะ เพราะส่งผลกับความสัมพันธ์ในด้านบวก สองในสามหรือ
63% บอกว่า การ เที่ยวกับแฟน ทำให้เขาคบกันได้ยาวนานขึ้น
แค่ไปเที่ยวเหตุใดจึงช่วยคนสองคนให้คบนานขึ้นล่ะ มาหาคำตอบกันว่า ทำไม!
2.เข้าใจและยอมรับกันและกัน
การท่องเที่ยวเป็นการเปิดเผยตัวตน เพราะคุณสองคนจะเป็นตัวเองที่สุด ทั้งข้อดีข้อเสีย ทำให้คุณสองคนยิ่งเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น (ถ้าไม่ทะเลาะกันก่อนทริปจบนะ)
3. สื่อสารกันดียิ่งขึ้น
คู่รักที่ไปเที่ยวด้วยกัน มักจะมีข้อคิดเห็นที่ตรงกัน มากกว่า จะทะเลาะกัน มากกว่าคู่รักที่ไม่เคยไปเที่ยวด้วยกัน เพราะคุณสองคนเข้าใจกันมากขึ้นนั่นเอง
4.เซ็กซ์ดีขึ้นเป็นกอง
จากผลสำรวจพบว่า คู่รักที่เที่ยวด้วยกัน จะมีเซ็กซ์ที่ดีขึ้นกว่าคู่อื่นๆ เนื่องจากเวลาไปเที่ยว เราไม่มีเรื่องกังวลใจ และ สามารถใช้บรรยากาศเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์โรแมนติกได้ด้วย จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไม๊ทำไม คนไปฮันนีมูนนี่มีลูกกลับมาทู้กที (อิอิ)
5.เจอเรื่องใหม่ๆพร้อมกัน
การได้เจอเรื่องใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมกัน ทำให้คุณรู้สึกว่ามันจะอยู่กับคุณสองคนตลอดไป และมันเป็นเรื่องที่มีคุณสองคนเท่านั้นที่จดจำมันได้
6. แสดงออกว่าเป็นคนอย่างไรในสายตากันและกัน
เนื่องจากใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากกว่าใคร จึงยากนักที่จะเก็บความลับไว้ ไม่ว่าเขาจะกรน คุณไม่ได้โกนขนรักแร้ หรือ ขนขา มันไม่มีอะไรจะเสียแล้วล่ะ ก็รู้กันหมดไส้หมดพุงแล้วนี่นา
7.มีเรื่องสนุกสนานและตลกไปด้วยกัน
บางทีเราเจอเรื่องที่ไม่คาดฝันด้วยกัน คุณสองคนก็ต้องหัวเราะให้กับมัน หรืออาหารที่กินไม่ได้เลย หลงทาง หรือฝนตก เรื่องราวที่ไม่คาดฝันนี่แหละ ทำให้คุณเรียนรู้ว่า อย่างน้อยเรื่องราวไม่ได้เป็นไปตามที่คิด แต่อย่างน้อยก็มีคนข้างๆอยู่ด้วย ก็สนุกแล้ว
8.รู้สึกโรแมนติก
86% ยอมรับว่าการไปเที่ยวด้วยกัน ทำให้ความรักของเขายังคงหวานซึ้งกันอยู่ ในขณะที่คนที่ไม่เคยไปเที่ยวมีเพียง 76% เท่านั้น
9. พวกเขาอยู่กับปัจจุบัน
ในขณะที่คู่อื่น คิดเรื่องอนาคต เรื่องเงินทอง ว่าจะสร้างครอบครัวอย่างไร แต่คู่ที่เที่ยวด้วยกันจะคิดว่า จะมีช่วงเวลาที่คุ้มค่า ณ นาทีนี้อย่างไร ซึ่งทำให้คุณมองเห็นปัจจุบันสำคัญเป็นที่สุด
10.พวกเขาจะกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน
ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็น การได้พักอยู่ที่เดียวกัน เดินทางด้วยกัน เจออุปสรรคด้วยกัน ไม่แปลกหรอกที่เขาจะกลายเป็นบัดดี้ที่คุยกันได้ทุกเรื่อง
11.อภัยกันมากขึ้น
ข้อผิดพลาดจากการไปเที่ยวนั้นมีมากมาย ถ้าคู่รักที่ไปด้วยกัน ไม่อภัยให้กันแล้วจะไปเที่ยวต่อได้อย่างไรล่ะจริงมั้ย เพราะฉะนั้นต่อให้อนาคตเจอปัญหาอะไร เราก็ไม่กลัวอยู่แล้ว
12.เรียนรู้ไปด้วยกัน
การไปเที่ยวเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับการ เรียนรู้ คล้ายๆกับเวลาเราเรียนหนังสือในห้องเรียนกับเพื่อนนั่นแหละ ความรู้จะค่อยๆผูกคุณสองคนเข้าด้วยกัน และสนุกไปพร้อมๆกัน
1.มีจุดมุ่งหมายร่วมกัน
ถ้าไปเที่ยวกับแฟนคุณจะแชร์เป้าหมายและ สิ่งที่อยากไปเจอร่วมกัน จากนั้นคุณก็เริ่มเจอประสบการณ์สนุกๆร่วมกัน และเริ่มวางแผนชีวิตยาวนานขึ้น เพราะอยากจะไปเที่ยวด้วยกันอีกหลายๆที่ไง2.เข้าใจและยอมรับกันและกัน
การท่องเที่ยวเป็นการเปิดเผยตัวตน เพราะคุณสองคนจะเป็นตัวเองที่สุด ทั้งข้อดีข้อเสีย ทำให้คุณสองคนยิ่งเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น (ถ้าไม่ทะเลาะกันก่อนทริปจบนะ)
3. สื่อสารกันดียิ่งขึ้น
คู่รักที่ไปเที่ยวด้วยกัน มักจะมีข้อคิดเห็นที่ตรงกัน มากกว่า จะทะเลาะกัน มากกว่าคู่รักที่ไม่เคยไปเที่ยวด้วยกัน เพราะคุณสองคนเข้าใจกันมากขึ้นนั่นเอง
4.เซ็กซ์ดีขึ้นเป็นกอง
จากผลสำรวจพบว่า คู่รักที่เที่ยวด้วยกัน จะมีเซ็กซ์ที่ดีขึ้นกว่าคู่อื่นๆ เนื่องจากเวลาไปเที่ยว เราไม่มีเรื่องกังวลใจ และ สามารถใช้บรรยากาศเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์โรแมนติกได้ด้วย จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไม๊ทำไม คนไปฮันนีมูนนี่มีลูกกลับมาทู้กที (อิอิ)
5.เจอเรื่องใหม่ๆพร้อมกัน
การได้เจอเรื่องใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมกัน ทำให้คุณรู้สึกว่ามันจะอยู่กับคุณสองคนตลอดไป และมันเป็นเรื่องที่มีคุณสองคนเท่านั้นที่จดจำมันได้
6. แสดงออกว่าเป็นคนอย่างไรในสายตากันและกัน
เนื่องจากใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากกว่าใคร จึงยากนักที่จะเก็บความลับไว้ ไม่ว่าเขาจะกรน คุณไม่ได้โกนขนรักแร้ หรือ ขนขา มันไม่มีอะไรจะเสียแล้วล่ะ ก็รู้กันหมดไส้หมดพุงแล้วนี่นา
7.มีเรื่องสนุกสนานและตลกไปด้วยกัน
บางทีเราเจอเรื่องที่ไม่คาดฝันด้วยกัน คุณสองคนก็ต้องหัวเราะให้กับมัน หรืออาหารที่กินไม่ได้เลย หลงทาง หรือฝนตก เรื่องราวที่ไม่คาดฝันนี่แหละ ทำให้คุณเรียนรู้ว่า อย่างน้อยเรื่องราวไม่ได้เป็นไปตามที่คิด แต่อย่างน้อยก็มีคนข้างๆอยู่ด้วย ก็สนุกแล้ว
8.รู้สึกโรแมนติก
86% ยอมรับว่าการไปเที่ยวด้วยกัน ทำให้ความรักของเขายังคงหวานซึ้งกันอยู่ ในขณะที่คนที่ไม่เคยไปเที่ยวมีเพียง 76% เท่านั้น
9. พวกเขาอยู่กับปัจจุบัน
ในขณะที่คู่อื่น คิดเรื่องอนาคต เรื่องเงินทอง ว่าจะสร้างครอบครัวอย่างไร แต่คู่ที่เที่ยวด้วยกันจะคิดว่า จะมีช่วงเวลาที่คุ้มค่า ณ นาทีนี้อย่างไร ซึ่งทำให้คุณมองเห็นปัจจุบันสำคัญเป็นที่สุด
10.พวกเขาจะกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน
ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็น การได้พักอยู่ที่เดียวกัน เดินทางด้วยกัน เจออุปสรรคด้วยกัน ไม่แปลกหรอกที่เขาจะกลายเป็นบัดดี้ที่คุยกันได้ทุกเรื่อง
11.อภัยกันมากขึ้น
ข้อผิดพลาดจากการไปเที่ยวนั้นมีมากมาย ถ้าคู่รักที่ไปด้วยกัน ไม่อภัยให้กันแล้วจะไปเที่ยวต่อได้อย่างไรล่ะจริงมั้ย เพราะฉะนั้นต่อให้อนาคตเจอปัญหาอะไร เราก็ไม่กลัวอยู่แล้ว
12.เรียนรู้ไปด้วยกัน
การไปเที่ยวเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับการ เรียนรู้ คล้ายๆกับเวลาเราเรียนหนังสือในห้องเรียนกับเพื่อนนั่นแหละ ความรู้จะค่อยๆผูกคุณสองคนเข้าด้วยกัน และสนุกไปพร้อมๆกัน
เอาไงดีล่ะ จับมือคนข้างๆแล้วไปเที่ยวกันเลยดีมั้ย ?
วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2558
เสน่ห์เน้นๆ! 11 เหตุผลที่ควร มีแฟนเป็นตากล้อง
ปฏิเสธไม่ได้ว่า อาชีพที่สาวๆหนุ่มๆหลงรักหรือหลงใหลมากอาชีพหนึ่งก็คือ “ตากล้อง”
เพราะเป็นอาชีพที่ไม่ว่าใครเพศไหน
ถ้าได้ถือกล้องขึ้นมาแล้วทำท่าตั้งใจขึ้นมาหน่อย ก็จะดูน่าค้นหา เซ็กซี่
ดูดีเป็นที่สุด ว่าแต่จะมีเหตุผลอะไรอีกที่คนมักจะหลงรักตากล้องได้อีก
มาลองดูดีกว่าว่า เสน่ห์ 11 อย่างที่ตากล้องมีน่ะ คืออะไร
1.ครีเอทีฟชั้นดี
ไม่ว่าการเลือกมุมมองของภาพ การจัดวางองค์ประกอบต่างๆในภาพ อารมณ์ความรู้สึกของภาพ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ภาพหนึ่งภาพจะสื่อออกมาได้ง่ายๆนะ และก็ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ภ่ายภาพจะสื่ออารมณ์ออกมาได้หมด ต้องมีปัจจัยหลายอย่างในการสร้างสรรค์ผลงาน แต่ตากล้องฝีมือจะมีความสามารถเหล่านี้ น่าหลงใหลเป็นที่สุด
2.เขาให้ความสำคัญกับองค์ประกอบเล็กๆ
เคยเดทกับใครแล้วทักว่าคุณเปลี่ยนสีผม เปลี่ยนทรงผมมั้ย ? ถ้ามีแฟนเป็นตากล้อง หรือ ช่างภาพ บอกเลยว่าคุณจะได้รับสิ่งเหล่านี้แน่นอน เพราะเขาจะมีความใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยของคุณได้เป็นอย่างดี เนื่องจากอาชีพของเขาต้องคอยสร้างความเนี้ยบให้กับผลงานและต้องดูแลทุกราย ละเอียดให้อยู่ในลักษณะที่โอเคที่สุด
3.เขารักงาน
อย่างที่ว่าว่าใครๆก็สามารถเป็นตากล้อง ได้ แต่การยึดอาชีพ ตากล้อง เพื่อหาเลี้ยงชีพเนี่ย เป็นเพราะเขารักในสิ่งที่เขาทำจริงๆ ไม่ต้องห่วงถ้าเขาจะไม่ดูแลคนที่รักอย่างคุณ เพราะเขาดูแลคุณเป็นอย่างดีแน่นอน (ถ้าไม่ติสต์ไปซะก่อนนะ)
4.ถ่ายรูปคุณออกมาดูดีแน่นอน
ยิ่งถ้ามีความสามารถเป็นตากล้องคนเก่งล่ะ ก็ ถ่ายรูปใครก็ต้องออกมาสวยแน่นอน ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับคุณ เผลอๆได้รูปไปอวดเพื่อนๆในโซเชียลให้อิจฉาเล่นเป็นประจำ
5.เขาเก็บผลงานอย่างดี
ผลงานต่างๆที่เขาถ่ายนั้น ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะละเลย เขาจะเก็บมันไว้อย่างดี ไม่ว่าจะภาพความทรงจำโมเม้นท์ใดของชีวิต คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เพราะเขาจะเก็บมันและรักษายิ่งชีพของเขาเลย
6.เขากตัญญูรู้คุณ
เพราะการสร้างสรรค์ผลงานไม่ใช่เรื่องง่าย บางครั้งอาศัยความสามารถอย่างเดียวก็ไม่พอ เพราะต้องใช้โชคเข้าช่วยด้วยในบางครั้ง และการเป็นกำลังใจคอยอยู่เคียงข้างเขาในยามที่เขาท้อใจในการทำงาน เขาจะไม่ลืมสิ่งที่คุณทำอย่างแน่นอน
7.อารมณ์ดี
เคยเห็นตากล้องที่อารมณ์ดีๆเวลาไปถ่ายภาพ มั้ยคะ เพราะเขาต้องการดึงอารมณ์ความรู้สึกออกมา เพื่อให้ภาพเป็นภาพที่ออกมาดีที่สุด ไม่ต้องห่วงว่าเวลาปกติเขาจะไม่อารมณ์ดี เพราะเขาก็อยากให้คุณมีความสุขเหมือนคนอื่นๆที่เขาเคยถ่ายภาพให้เช่นกัน
8.เขารักการเรียนรู้
ถ้าเขารักกล้อง กล้องก็คล้ายกับอุปกรณ์หากินของเขานั่นแหละค่ะ และการถ่ายภาพก็ไม่ได้เป็นความรู้ที่หยุดนิ่ง เขาต้องหมั่นค้นคว้า เขาคอร์สเรียน ต้องพัฒนาศักนภาพของตนเองตลอดเวลา เพื่อผลงานที่ดีที่สุด การที่มีแฟนที่เป็นผู้รอบรู้เรื่องใหม่ๆ จะทำให้คุณเองก็มีความรู้เพิ่มมากขึ้นไปอีกด้วย ที่สำคัญมันแสดงออกว่า เขาไม่ใช่คนปิดตัวเอง เขาพร้อมเรียนรู้สุดๆในทุกเรื่อง
9.เขาเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น
เมื่อตากล้องต้องทำงานกับนางแบบ หรือ คนที่เป็นแบบ เขาเข้าใจว่าความรู้สึกกระอักกระอ่วนของการเป็นแบบนั้นเป็นอย่างไร ทำให้เขาต้องพยายามดึงความรู้สึกและช่วยให้งานออกมาดีที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ทำให้แบบรู้สึกเคอะเขินหรือไม่เป็นตัวเอง เรียกได้ว่าต้องแบกความรู้สึกหลายอย่างในตัวเองมากทีเดียว
10. เขามองเห็นความสวยงามในทุกสิ่ง
ทุกอย่างบนโลกใบนี้สวยงามหมด แม้แต่สิ่งไม่มีชีวิต ตากล้องก็สามารถทำให้มันเป็นสิ่งที่ดูสวยงามราวกับมีชีวิตได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงถ้าวันหนึ่งคุณเหนื่อย เจอเรื่องแย่ เขาจะพาคุณไปมองด้านดีๆและความสวยงามของชีวิต ไม่ทำให้คุณเครียดแน่นอน
11.มีเสน่ห์
เป็นธรรมชาติของอาชีพตากล้องเลยก็ว่าได้ เพราะ ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ เวลาเห็นผู้ชายยกกล้องขึ้นมา หมุนเลนส์หน่อย แต่งตัวทะมัดมะแมง มันกลายเป็นดูดีขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย ถ้าอยากได้แฟนเท่ๆมีกล้องคู่กาย ก็คงจะต้องหันมาคบกับตากล้องอย่างเราแล้วล่ะ
1.ครีเอทีฟชั้นดี
ไม่ว่าการเลือกมุมมองของภาพ การจัดวางองค์ประกอบต่างๆในภาพ อารมณ์ความรู้สึกของภาพ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ภาพหนึ่งภาพจะสื่อออกมาได้ง่ายๆนะ และก็ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ภ่ายภาพจะสื่ออารมณ์ออกมาได้หมด ต้องมีปัจจัยหลายอย่างในการสร้างสรรค์ผลงาน แต่ตากล้องฝีมือจะมีความสามารถเหล่านี้ น่าหลงใหลเป็นที่สุด
2.เขาให้ความสำคัญกับองค์ประกอบเล็กๆ
เคยเดทกับใครแล้วทักว่าคุณเปลี่ยนสีผม เปลี่ยนทรงผมมั้ย ? ถ้ามีแฟนเป็นตากล้อง หรือ ช่างภาพ บอกเลยว่าคุณจะได้รับสิ่งเหล่านี้แน่นอน เพราะเขาจะมีความใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยของคุณได้เป็นอย่างดี เนื่องจากอาชีพของเขาต้องคอยสร้างความเนี้ยบให้กับผลงานและต้องดูแลทุกราย ละเอียดให้อยู่ในลักษณะที่โอเคที่สุด
3.เขารักงาน
อย่างที่ว่าว่าใครๆก็สามารถเป็นตากล้อง ได้ แต่การยึดอาชีพ ตากล้อง เพื่อหาเลี้ยงชีพเนี่ย เป็นเพราะเขารักในสิ่งที่เขาทำจริงๆ ไม่ต้องห่วงถ้าเขาจะไม่ดูแลคนที่รักอย่างคุณ เพราะเขาดูแลคุณเป็นอย่างดีแน่นอน (ถ้าไม่ติสต์ไปซะก่อนนะ)
4.ถ่ายรูปคุณออกมาดูดีแน่นอน
ยิ่งถ้ามีความสามารถเป็นตากล้องคนเก่งล่ะ ก็ ถ่ายรูปใครก็ต้องออกมาสวยแน่นอน ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับคุณ เผลอๆได้รูปไปอวดเพื่อนๆในโซเชียลให้อิจฉาเล่นเป็นประจำ
5.เขาเก็บผลงานอย่างดี
ผลงานต่างๆที่เขาถ่ายนั้น ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะละเลย เขาจะเก็บมันไว้อย่างดี ไม่ว่าจะภาพความทรงจำโมเม้นท์ใดของชีวิต คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เพราะเขาจะเก็บมันและรักษายิ่งชีพของเขาเลย
6.เขากตัญญูรู้คุณ
เพราะการสร้างสรรค์ผลงานไม่ใช่เรื่องง่าย บางครั้งอาศัยความสามารถอย่างเดียวก็ไม่พอ เพราะต้องใช้โชคเข้าช่วยด้วยในบางครั้ง และการเป็นกำลังใจคอยอยู่เคียงข้างเขาในยามที่เขาท้อใจในการทำงาน เขาจะไม่ลืมสิ่งที่คุณทำอย่างแน่นอน
7.อารมณ์ดี
เคยเห็นตากล้องที่อารมณ์ดีๆเวลาไปถ่ายภาพ มั้ยคะ เพราะเขาต้องการดึงอารมณ์ความรู้สึกออกมา เพื่อให้ภาพเป็นภาพที่ออกมาดีที่สุด ไม่ต้องห่วงว่าเวลาปกติเขาจะไม่อารมณ์ดี เพราะเขาก็อยากให้คุณมีความสุขเหมือนคนอื่นๆที่เขาเคยถ่ายภาพให้เช่นกัน
8.เขารักการเรียนรู้
ถ้าเขารักกล้อง กล้องก็คล้ายกับอุปกรณ์หากินของเขานั่นแหละค่ะ และการถ่ายภาพก็ไม่ได้เป็นความรู้ที่หยุดนิ่ง เขาต้องหมั่นค้นคว้า เขาคอร์สเรียน ต้องพัฒนาศักนภาพของตนเองตลอดเวลา เพื่อผลงานที่ดีที่สุด การที่มีแฟนที่เป็นผู้รอบรู้เรื่องใหม่ๆ จะทำให้คุณเองก็มีความรู้เพิ่มมากขึ้นไปอีกด้วย ที่สำคัญมันแสดงออกว่า เขาไม่ใช่คนปิดตัวเอง เขาพร้อมเรียนรู้สุดๆในทุกเรื่อง
9.เขาเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น
เมื่อตากล้องต้องทำงานกับนางแบบ หรือ คนที่เป็นแบบ เขาเข้าใจว่าความรู้สึกกระอักกระอ่วนของการเป็นแบบนั้นเป็นอย่างไร ทำให้เขาต้องพยายามดึงความรู้สึกและช่วยให้งานออกมาดีที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ทำให้แบบรู้สึกเคอะเขินหรือไม่เป็นตัวเอง เรียกได้ว่าต้องแบกความรู้สึกหลายอย่างในตัวเองมากทีเดียว
10. เขามองเห็นความสวยงามในทุกสิ่ง
ทุกอย่างบนโลกใบนี้สวยงามหมด แม้แต่สิ่งไม่มีชีวิต ตากล้องก็สามารถทำให้มันเป็นสิ่งที่ดูสวยงามราวกับมีชีวิตได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงถ้าวันหนึ่งคุณเหนื่อย เจอเรื่องแย่ เขาจะพาคุณไปมองด้านดีๆและความสวยงามของชีวิต ไม่ทำให้คุณเครียดแน่นอน
11.มีเสน่ห์
เป็นธรรมชาติของอาชีพตากล้องเลยก็ว่าได้ เพราะ ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ เวลาเห็นผู้ชายยกกล้องขึ้นมา หมุนเลนส์หน่อย แต่งตัวทะมัดมะแมง มันกลายเป็นดูดีขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย ถ้าอยากได้แฟนเท่ๆมีกล้องคู่กาย ก็คงจะต้องหันมาคบกับตากล้องอย่างเราแล้วล่ะ
วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2558
6 เหตุผล ทำไม ผู้หญิงบ้านๆ กระชากใจหนุ่มๆได้มากกว่าผู้หญิงเปรี้ยว
อกอีแป้นจะแตกเมื่อเห็นหนุ่มหล่อเร้าใจ
เดินควงมากะสาวที่ไหนก็ไม่รู้ ดูยังไง๊ยังไงแล้วเนี่ย นางก็เป็น
ผู้หญิงบ้านๆ ไม่ได้สวยใสไฉไลกว่าคนอื่นๆตรงไหน
แอบคิดในใจนี่ฉันสวยกว่าอีกเหอะ ทำไมน้าาาาา นางถึงได้หัวใจ หนุ่มๆไปครอง
แน่ะ นี่คือสิ่งที่คุณคิดเป็นประจำใช่ไหมล่ะ แต่จะบอกให้นะว่า
ผู้หญิงธรรมดาน่ะ มีอะไรที่ดีมากมายเลยล่ะ
1. นางเอ็นจอยกับทุกสิ่ง
ด้วยความบ้านๆของนางนี่แหละ ทำให้พอทำอะไรพิเศษเข้าหน่อยนางก็จะปลื้มปลิ่มอมยิ้มไปทั้งวัน ผิดกะสาวชิคๆเก๋ไก๋สไลเดอร์ที่อะไรก็ต้องชิดต้องคูลกว่าจะพอใจได้ ซึ่งเล่นเอาหนุ่มๆเหงื่อตกซะเป็นประจำ
2. นางคือขาลุย ไม่กลัวสกปรก
แน่นอนว่าผู้ชาย มักจะชอบอะไรแอดแวนเจอร์ๆเบาๆ แล้วผู้หญิงบ้านๆธรรมดา เนี่ยแหละตอบโจทย์เลย เพราะนางไม่หวั่นเรื่องแบบนี้อยู่แล้วไปไหนไปกัน ไม่มีมาห่วงสวยห่วงลุคหน่ะ “ไม่มี” อยู่แล้ว ลุยไหนลุยนั่นได้ทั้งนั้น
3. นางสวยธรรมชาติ เสริมนิดเสริมหน่อยก็สวย
สาวๆเดี๋ยวนี้จะสวยไม่สวยก็ต้องดูตอนลบ เครื่องสำอางนี่แหละ ลบปั๊บ บางคน คิ้วหาย ดั้งหาย หน้าซีดเป็นผีจีน กันเลยทีเดียว แต่ถ้าผู้หญิงบ้านๆหล่ะก็นางไม่ค่อยได้แต่งตัวแต่งหน้าซะเท่า ไหร่หรอก พอได้แต่งหน้าแล้ว นางมักจะสวยจนทำให้คนตะลึงได้เลยล่ะ สร้างความเซอร์ไพรซ์ให้หนุ่มๆได้เสมอ
4. นางไม่สนชอปปิ้ง
อันนี้แหละที่สะดุดใจหนุ่มๆเข้าอย่างจัง เลย เมื่อนางดูบ้านๆ แล้วเรื่องการช็อปปิ้งนางก็ไม่ได้สนใจอะไรมากหรอก ต่างจากสวยๆชิคๆคูลๆที่พอเข้าห้างแล้ว เหมือนนางตกลงไปในรูหนอนของกาลเวลาอย่างไรอย่างนั้นแหละ
5. นางไม่สนใจเรื่องของขวัญหรูๆ
แทนที่จะใช่เวลามาหาของขวัญ กระเป๋าราคาเป็นหมื่อน หาดอกไม้สวยๆ ผู้หญิงบ้านๆแบบนางมักจะคิดว่าเอาเวลามาอยู่กับนางดูแลนางดีกว่า ซึ่งข้อนี้แหละโดนใจหนุ่มๆอย่างจัง
6. นางทำงานบ้านเก่ง
เมื่อนางไม่สนใจเรื่องแฟชั่นนาง ก็ต้องมาสนใจเรื่องการบ้านการเรือนนี่แหละ ผู้หญิงบ้านๆอย่างนางนี่แหละเสน่ห์ปลายจวักชัดๆ เพราะฉะนั้นหนุ่มๆที่อยากจะจริงจังกับความสัมพันธ์ ก็อย่าลืมมองหาสาวธรรมดาๆล่ะ เพราะนางมีอะไรดีมากมายเลยเชียวล่ะ
7.นางรักสัตว์
สัตว์เลี้ยงต่างๆ เธอเจอมาหมดแล้ว หมา แมว นก ไก่ กา ไม่ร้องหยีหรือกลัวอะไรแน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าจะพาไปเยี่ยมบ้านที่มีหมา หรือสัตว์ต่างๆ ก็ไม่ต้องห่วง เธอรับมืออยู่แน่นอน
1. นางเอ็นจอยกับทุกสิ่ง
ด้วยความบ้านๆของนางนี่แหละ ทำให้พอทำอะไรพิเศษเข้าหน่อยนางก็จะปลื้มปลิ่มอมยิ้มไปทั้งวัน ผิดกะสาวชิคๆเก๋ไก๋สไลเดอร์ที่อะไรก็ต้องชิดต้องคูลกว่าจะพอใจได้ ซึ่งเล่นเอาหนุ่มๆเหงื่อตกซะเป็นประจำ
2. นางคือขาลุย ไม่กลัวสกปรก
แน่นอนว่าผู้ชาย มักจะชอบอะไรแอดแวนเจอร์ๆเบาๆ แล้วผู้หญิงบ้านๆธรรมดา เนี่ยแหละตอบโจทย์เลย เพราะนางไม่หวั่นเรื่องแบบนี้อยู่แล้วไปไหนไปกัน ไม่มีมาห่วงสวยห่วงลุคหน่ะ “ไม่มี” อยู่แล้ว ลุยไหนลุยนั่นได้ทั้งนั้น
3. นางสวยธรรมชาติ เสริมนิดเสริมหน่อยก็สวย
สาวๆเดี๋ยวนี้จะสวยไม่สวยก็ต้องดูตอนลบ เครื่องสำอางนี่แหละ ลบปั๊บ บางคน คิ้วหาย ดั้งหาย หน้าซีดเป็นผีจีน กันเลยทีเดียว แต่ถ้าผู้หญิงบ้านๆหล่ะก็นางไม่ค่อยได้แต่งตัวแต่งหน้าซะเท่า ไหร่หรอก พอได้แต่งหน้าแล้ว นางมักจะสวยจนทำให้คนตะลึงได้เลยล่ะ สร้างความเซอร์ไพรซ์ให้หนุ่มๆได้เสมอ
4. นางไม่สนชอปปิ้ง
อันนี้แหละที่สะดุดใจหนุ่มๆเข้าอย่างจัง เลย เมื่อนางดูบ้านๆ แล้วเรื่องการช็อปปิ้งนางก็ไม่ได้สนใจอะไรมากหรอก ต่างจากสวยๆชิคๆคูลๆที่พอเข้าห้างแล้ว เหมือนนางตกลงไปในรูหนอนของกาลเวลาอย่างไรอย่างนั้นแหละ
5. นางไม่สนใจเรื่องของขวัญหรูๆ
แทนที่จะใช่เวลามาหาของขวัญ กระเป๋าราคาเป็นหมื่อน หาดอกไม้สวยๆ ผู้หญิงบ้านๆแบบนางมักจะคิดว่าเอาเวลามาอยู่กับนางดูแลนางดีกว่า ซึ่งข้อนี้แหละโดนใจหนุ่มๆอย่างจัง
6. นางทำงานบ้านเก่ง
เมื่อนางไม่สนใจเรื่องแฟชั่นนาง ก็ต้องมาสนใจเรื่องการบ้านการเรือนนี่แหละ ผู้หญิงบ้านๆอย่างนางนี่แหละเสน่ห์ปลายจวักชัดๆ เพราะฉะนั้นหนุ่มๆที่อยากจะจริงจังกับความสัมพันธ์ ก็อย่าลืมมองหาสาวธรรมดาๆล่ะ เพราะนางมีอะไรดีมากมายเลยเชียวล่ะ
7.นางรักสัตว์
สัตว์เลี้ยงต่างๆ เธอเจอมาหมดแล้ว หมา แมว นก ไก่ กา ไม่ร้องหยีหรือกลัวอะไรแน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าจะพาไปเยี่ยมบ้านที่มีหมา หรือสัตว์ต่างๆ ก็ไม่ต้องห่วง เธอรับมืออยู่แน่นอน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




